ปี 2569 ตลาดเศษเหล็กไทยยังเป็นตลาดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะได้รับอิทธิพลทั้งจากเศรษฐกิจในประเทศ ภาวะการก่อสร้าง กำลังซื้อในอุตสาหกรรม และทิศทางตลาดเหล็กโลก โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวในกรอบ 1.5–2.5% ซึ่งสะท้อนว่าภาพรวมยังโตได้ แต่ไม่ได้ร้อนแรงมากนัก จึงทำให้ความต้องการใช้เหล็กและวัตถุดิบบางส่วนอาจเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าพุ่งแรง

ประเด็นแรกที่ควรรู้คือ ตลาดยังผันผวนตามต่างประเทศสูง เพราะราคาเหล็กและเศษเหล็กไม่ได้ขยับตามปัจจัยในประเทศอย่างเดียว สถาบันเหล็กฯ ระบุว่าราคาวัตถุดิบในการผลิตเหล็ก รวมถึงเศษเหล็ก อาจผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และตลาดโลก อีกทั้งไทยยังได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของวัตถุดิบและสินค้าเหล็กในต่างประเทศพอสมควร

ประเด็นที่สองคือ อุปสงค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังน่าจับตา มีมุมมองจากตลาดว่าในปี 2026 การนำเข้าเศษเหล็กของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเพิ่มขึ้นต่อจากแรงหนุนของงานโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้าง และการขยายกำลังการผลิตเหล็ก หากแนวโน้มนี้ต่อเนื่อง ก็อาจช่วยพยุงความต้องการเศษเหล็กในภูมิภาคได้ในระดับหนึ่ง

ประเด็นที่สามคือ กระแสเหล็กคาร์บอนต่ำและการใช้เศษเหล็กจะมีบทบาทมากขึ้น ข้อมูลของ worldsteel ระบุว่าในปี 2024 สัดส่วนการผลิตเหล็กโลกด้วยเตา EAF อยู่ที่ 29.1% และกระบวนการ scrap-based EAF มีความเข้มการปล่อยคาร์บอนเฉลี่ยต่ำกว่ากระบวนการ BF-BOF อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่งานวิเคราะห์ของ SCB EIC ก็ชี้ให้เห็นว่าการผลิตเหล็กด้วย EAF ที่ใช้เศษเหล็กเป็นส่วนสำคัญ สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้เมื่อเทียบกับเส้นทางการผลิตแบบเตาถลุงดั้งเดิม

ประเด็นที่สี่คือ นโยบายการค้าและมาตรการต่างประเทศอาจกระทบตลาดได้มากขึ้น รายงานของสถาบันเหล็กฯ สรุปว่าหลายประเทศกำลังใช้นโยบายคุมการนำเข้า ปรับกฎมาตรฐานสินค้า หรือสนับสนุนการใช้เศษเหล็กในประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันจีนยังเดินหน้าควบคุมผลผลิตเหล็กและให้ความสำคัญกับเตา EAF มากขึ้น รวมถึงมีมาตรการกำกับการส่งออกเหล็กที่เข้มขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลต่อทิศทางราคาและการแข่งขันในตลาดภูมิภาค

ดังนั้น สิ่งที่ผู้ค้าเศษเหล็กไทยควรจับตาในปีนี้มีอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ ภาวะเศรษฐกิจไทย ความเคลื่อนไหวของราคาตลาดโลก ความต้องการใช้เศษเหล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทิศทางนโยบายเหล็ก-การค้าระหว่างประเทศ หากติดตามครบทั้ง 4 ด้าน จะช่วยให้วางแผนขายได้แม่นขึ้น และลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจตามราคาวันต่อวันเพียงอย่างเดียว

สรุปแนวโน้มตลาดเศษเหล็กไทยปีนี้

  • เศรษฐกิจไทยยังโต แต่โตแบบระมัดระวัง
  • ตลาดยังผันผวนตามราคาและปัจจัยต่างประเทศ
  • ความต้องการในอาเซียนยังมีแรงหนุนจากก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน
  • กระแส EAF และเหล็กคาร์บอนต่ำทำให้เศษเหล็กยังมีบทบาทสำคัญ
  • นโยบายการค้าโลกและมาตรการคุมเหล็กอาจกระทบราคาได้เร็ว